วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

[CUT]รักต้องห้าม (ไคแทม) #PART7







          สองคนที่เข้าคอร์สรื้อฟื้นความทรงจำกันตั้งแต่ห้าทุ่มจนตอนนี้ปาเข้าไปตีสองกว่า ความทรงจำของคุณหลานชายก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาสักนิด จากตอนแรกที่ทำกันอยู่บนเตียงก็ย้ายลงไปต่อกันที่โซฟา แทมินนอนหอบหนักราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้เพราะส่วนล่างยังถูกอีกคนกระแทกกระทั้นเข้ามาไม่ยั้ง ดวงตาทั้งสองข้างหรี่ปรือจ้องมองร่างสูงที่แทรกกายอยู่กลางหว่างขาด้วยสายตาอ่อนล้า




          แทมินไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องออกมาเป็นแบบนี้ ที่จูบก็เพราะโมโหเรื่องลู่หานอยากทำให้จงอินรู้ว่าเขาต่างหากที่เป็นตัวจริง แต่สุดท้ายมันก็ไม่จบแค่จูบอย่างที่คิด



          ทะเลาะกันทีไรต้องถอดเสื้อผ้าเคลียกันตลอด สงสัยต้องใช้วิธีนี้ช่วยฟื้นความจำให้จงอินจริงๆสินะ T^T




 “..จำอะไร อ๊าได้.. บ้างไหม?” 

เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก วันนี้จงอินคึกมากจนเขาตกใจ สีหน้าก็ดูเคร่งขรึมไม่เหมือนจงอินคนเดิม ..หรือมันจะเป็นอาการข้างเคียงของโรคความจำเสื่อม แบบว่าลืมตัวตนของตัวเองไรงี้?



ไม่ได้”   



งั้น ..อื้ออ ค่อยทำ อ๊ะ..ใหม่ วันหลัง” 

  

"ไม่ไหวแล้วหรอ?" 

จงอินกัดฟันสวนกายเข้าไปย้ำๆ ช่องทางคับแคบของแทมินตอดรัดส่วนนั้นจนจงอินแทบจะคลั่ง เขาไม่อยากหยุดและไม่อยากปล่อยแทมินออกห่างจากตัวแม้แต่วินาทีเดียว  



ไม่มีแรงแล้ว ฮื่อ.. เบาๆ



"ไม่เป็นไร แค่นอนครางเสียงหวานๆให้ผมฟังก็พอ

ร่างสูงยิ้มมุมปาก จับขาเรียวแยกออกให้กว้างขึ้นและรั้งเอวบางเข้ามาชิดกับตัวเองให้มากที่สุด ก่อนจะกระแทกแกนกายที่ยังฝังอยู่ห่วงสีแดงช้ำเข้าไปแบบเน้นๆทุกดอก



ฮึ่ก ..อ๊า!!” 

ใบหน้าสวยเงยขึ้นจนสุดคอ รู้สึกจุกนิดๆเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว มือเรียวดันหน้าท้องของคนขี้แกล้งให้หยุดขยับ แต่จงอินก็จับมือนั้นขึ้นมาฟาดที่ลำคอของตน แล้วกระแทกแกนกายต่อไปด้วยความรวดเร็วและถี่ยิบเล่นเอาแทมินดีดดิ้นร้องครางเสียงดังลั่น



อ้ะอ๊า..จงอิน  ฮื่อ ..อ๊าาา!!”

ร่างเล็กรีบดึงคนด้านบนลงมาจูบปิดปากเพราะไม่สามารถกลั้นเสียงครางน่าอายนั้นได้ ที่ร้องออกไปเมื่อกี๊ไม่รู้ว่าจะมีใครได้ยินหรือเปล่า ดึกดื่นเงียบสงัดแบบนี้แค่พูดกันธรรมดาก็ได้ยินกันหมดทั้งชั้นแล้วมั้ง   



          ปากอิ่มบดขยี้สู้กับริมฝีปากซีดด้วยความร้อนแรงไม่แพ้ส่วนล่างที่ยังเชื่อมกัน จงอินยังซอยสะโพกถี่ๆตามแรงอารมณ์ดิบๆของตัวเอง แต่ถึงจะรุนแรงกับแทมินมากขนาดไหนจงอินก็รู้สึกว่ามันยังไม่พอ



          เขาต้องการมากกว่านี้ อะไรที่สามารถทำกับแทมินได้เขาอยากทำทุกอย่าง อยากรักแทมินแรงๆ อยากกอดแทมินแน่นๆ .. ถ้าเข้าไปสิงแทมินได้เขาก็อยากจะทำ!



          มือหนาลูบไล้ผิวขาวเนียนไปทั่วทั้งร่าง เล็บยาวจิกระบายอารมณ์กับแผ่นหลังกว้างอย่างอดทนอดกลั้น  ใบหน้าหล่อผละออกแล้วก้มลงดูดดึงยอดอกสีอ่อนสลับกับใช้ฟันคมขบกัดเบาๆทั้งสองข้าง หน้าอกเล็กแอ่นรับสัมผัสจากริมฝีปากชื้นด้วยความกระสันซ่าน



“อื้อ.. เด็กบ้า”



“บ้าแล้วรักไหม?”  



“ถามอีกแล้ว.. อ๊ะ! เดี๋ยวนะ.. ทำไมจำได้ล่ะ!” 

จากที่กำลังเคลิ้มอยู่กับการไล้เลียหน้าอกขาวๆ การกระทำทุกอย่างก็หยุดชะงักลง จงอินจ้องใบหน้าชื้นเหงื่อของคนเป็นอา สองสายตาประสานกันในความเงียบก่อนที่ร่างสูงจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี



“ก็.. ก็ถามไปงั้นแหละ ผมเคยถามแบบนี้กับคุณหรือไง?”



“ถามทุกวันอ่ะ หืม ..หรือว่าความจำนายเริ่มกลับมาแล้ว!” คนโตกว่าทำท่าทางตื่นเต้นแต่อีกคนกลับนิ่งเฉยเหมือนกำลังใช้ความคิด จงอินกุมขมับส่ายหัวเบาๆสีหน้าเคร่งเครียด



“จริงด้วยผมชักจะคุ้นๆแล้วอ่ะ.. โอ้ย ปวดหัวจัง”



“ไม่ต้องคิดแล้วๆเดี๋ยวก็จำได้เอง จงอินนอนพักเถอะนะ”

เห็นสีหน้าทรมานของหลานชายคุณอาก็รู้สึกเจ็บปวดไปด้วย แทมินค่อยๆยันตัวลุกขึ้นหวังจะพาจงอินกลับไปนอนพักบนเตียง แต่ร่างบางๆก็ต้องล้มตัวลงไปนอนแผ่อีกครั้งเพราะถูกอีกคนผลัก สิ่งที่ยังค้างอยู่เริ่มถาโถมใส่บั้นท้ายเล็กสานต่ออารมณ์ที่ยังดำเนินไปไม่ถึงจุดหมาย



“อึก.. ไม่เอาแล้ว ฮื่อ ไปนอน!



“ก็นอนไปสิ หลับไปเลย”



“บ้าจริง! อ๊า.. ฉันหมายถึงนายนั่นแหละ”

ร่างกายยั่วยวนสั่นไหวตามแรงกระแทก ฟันซี่เล็กกัดปากกลั้นเสียงน่าอายของตัวเองเอาไว้ ความคิดที่จะพาจงอินไปนอนพักเลือนหายไปจากหัวสมองอย่างช่วยไม่ได้  



“ทำหน้าเซ็กซี่ให้ดูก่อน ไม่งั้นไม่นอน” 

ริมฝีปากซีดโน้มลงไปจูบหน้าผากเนียนเบาๆ เกี่ยวเส้นผมเกะกะของคนตัวเล็กมาทัดที่หลังใบหูให้ .. อันที่จริงแค่แทมินนอนร้องครวญครางกัดปากตัวเองอยู่ตอนนี้ก็เซ็กซี่แทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว ถ้าเซ็กซี่มากไปกว่านี้คิมจงอินอาจจะหัวใจวายตายคาอกขาวๆของคุณอาก็เป็นได้



“ขอให้ปวดหัว ฮื้ออ ตายไปเลย!” 



           ถึงบนหัวจะมีผ้าพันแผลพันอยู่รอบหรือร่างกายจะเจ็บช้ำเพียงใดก็ไม่ช่วยให้ความลามกลดลงได้เลยสินะ แทมินได้แต่แอบเหน็บในใจส่งสายตาเคืองๆไปให้เผื่อว่าหลานชายจะรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง แต่ทำไปก็เท่านั้นเพราะนอกจากเด็กหื่นมันจะไม่รู้สึกผิดแล้วยังแกล้งมองโลมเลียให้แทมินอายม้วนอีกต่างหาก




           บทรักร้อนแรงยังดำเนินต่อไปตามอารมณ์ของทั้งคู่ แทมินถูกจับให้อยู่ในท่าคลานเข่าโดยที่จงอินเป็นคนควบคุมทุกอย่าง ร่างสูงซ้อนตัวอยู่ข้างหลังจับยึดเอวบางไว้มั่น อัดส่วนกลางลำตัวเข้าไปในช่องทางคับแคบอย่างหนักหน่วง มือข้างที่ว่างล้วงลงไปกอบกุมส่วนนั้นของแทมินขยับรูดขึ้นรูดลงจนร่างเล็กทนไม่ไหวปลดปล่อยออกมาในที่สุด




“ฮึ่ก.. อ่าาาาส์..” 

          แขนเรียวที่ใช้ยันโซฟาอ่อนแรงจนไม่สามารถประคองตัวเองได้ ร่างเล็กฟุบหน้าลงกับเบาะนิ่มสะโพกกลมกลึงถูกมือหนาดึงขึ้นมาให้อยู่ในระดับเดิมเพื่อไม่ให้จังหวะการสอดใส่ต้องเสียสมดุล คิ้วบางขมวดมุ่นเจ็บแสบทุกครั้งที่ผนังอ่อนนุ่มถูกเสียดสี แต่มันก็ปนๆไปกับความรู้สึกดีที่แทมินไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน



          จงอินเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเพราะรู้ว่าแทมินใกล้จะไม่ไหว ไม่นานนักน้ำสีขาวขุ่นก็ฉีดพ่นออกมาทั้งที่ยังฝังอยู่ในนั้น เด็กหนุ่มกัดฟันแน่นเมื่อความต้องการถูกปลดปล่อยโดยมีร่างเล็กเป็นคนรองรับ จงอินแช่ค้างไว้สักครู่แล้วค่อยถอนแกนกายออก ตาคมจ้องมองห่วงสีแดงช้ำที่มีน้ำของตนไหลทะลักออกมาแล้วก็นึกสงสาร



          วันนี้เขาเอาแต่ใจมากแถมยังเผลอทำรุนแรงไปหลายรอบแทมินคงจะบอบช้ำน่าดู จงอินส่ายหัวกับการกระทำแย่ๆของตัวเองแล้วทิ้งตัวนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟา แผงอกชื้นเหงื่อกระเพื่อมขึ้นลงตามการหอบหายใจ หลายชั่วโมงที่ไม่ได้หยุกพักทำเอาเรี่ยวแรงหายไปเยอะพอสมควร



“จะรีบลุกทำไม?” หันไปถามคนตัวขาวที่พยายามจะลุกขึ้นด้วยความงง ขาเรียวหย่อนลงมาแตะพื้นแล้วฝืนยันตัวขึ้นทั้งที่ช่วงล่างยังระบมไปหมด



“โอ้ย!” 

ทันทีที่ยืนขึ้นข้อพับขาก็รับน้ำหนักไม่ไหว และเหมือนจงอินจะรู้ตั้งแต่แรกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยเอื้อมไปคว้าเอวบางแล้วรั้งให้แทมินล้มมานั่งทับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหยเกเล็กน้อยเพราะคุณอาทิ้งน้ำหนักตัวลงมาโดนแผลของเขาเต็มๆ



เจ็บ”



“อ่ะ.. ขอโทษๆโดนแผลหรอ?”

ได้ยินเสียงซี๊ดปากของหลานชาย แทมินก็ลุกลี้ลุกลนทำท่าจะลุกขึ้นจากตักที่พึ่งจะล้มทับ จงอินขมวดคิ้วรีบกอดเอาไว้ก่อนที่แทมินจะทำตัวซุ่มซ่ามอีก



“จะไปไหน?”



“กลับห้องไง”



“สภาพนี้เนี่ยนะ? ไม่ต้องกลับอ่ะ นอนด้วยกันนี่แหละ” คนพูดแนบแก้มลงกับแผ่นหลังเนียนของคนบนตัก ล็อคเอวบางไว้แน่นไม่ให้ลุกหนีไปไหนแต่มีหรือที่แทมินจะยอม



“เดี๋ยวตอนเช้าคนก็แห่กันมาเยอะแยะ อานอนด้วยไม่ได้หรอก”



“มาก็มาสิไม่เห็นต้องแคร์ ผมจะล็อคประตูไม่ให้ใครเข้า จะได้นอนกอดอาทั้งวันเลยดีไหม?” 


          แทมินยิ้มน้อยๆกับคำพูดเอาแต่ใจของอีกฝ่าย อยากบอกเหลือเกินว่าดีแต่ก็บอกไม่ได้เพราะถ้าทำแบบนั้นจริงต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่โตแน่ 


          ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อย รู้สึกร้อนผ่าวตรงขอบตาเหมือนอยากจะร้องไห้ ความอึดอัดมันคับแน่นอยู่ในใจ อยากระบายทุกอย่างให้จงอินรับรู้ว่าตอนนี้เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันมันเหลือน้อยลงทุกที ยิ่งจงอินจำอะไรไม่ได้ก็ยิ่งปวดใจ แทมินไม่อยากจากไปทั้งที่จงอินยังจำเรื่องราวระหว่างเราไม่ได้



“พูดเป็นเรื่องตลก ทำแบบนั้นได้ที่ไหนล่ะ”



“ไม่อยากอยู่กับผมหรอ?”

มือหนาบีบเคล้นเนื้อนิ่มบริเวณเอวคอดเล่นอย่างเพลินมือ ไม่ใช่แค่แทมินที่คิดมาก จงอินก็มีเรื่องให้คิดเหมือนกันเพียงแต่ตอนนี้ยังบอกให้คนตัวเล็กรู้ไม่ได้



“ไม่อยากอ่ะ จงอินชอบดื้อไม่เชื่อฟังอา อาจะหนีไปอยู่ที่ไกลๆเลย ดูซิจะมีเด็กคลั่งตายไหม” 

แทมินแกล้งพูดทีเล่นทีจริง เบี่ยงตัวนั่งตะแคงข้างพลางยกแขนโอบรอบคอจงอินไว้หลวมๆ รอยยิ้มหวานๆแต่แววตากลับเศร้าหมองจงอินสัมผัสมันได้แม้ว่าแทมินจะพยายามปกปิดไม่ให้เขาเห็น



“ไม่คลั่งอย่างเดียวนะ จะตามล่าด้วย”



“น่ากลัวจัง”



“กลัวก็อย่าหนี เพราะผมจะตามจนกว่าจะเจอ ..สัญญาสิว่าจะไม่หนีไปไหน คุณจะไม่ทิ้งผมใช่ไหม? ตอนนี้ชีวิตผมมีแค่คุณคนเดียวนะ”



           น้ำเสียงกับสายตาจริงจังที่ส่งมาทำเอาแทมินพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าหล่อคมซุกเข้ากับแผ่นอกเล็กตรงหน้า รู้สึกรักและผูกพันกับแทมินจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้



           ถ้าคนๆนี้หายไปสาบานเลยว่าคิมจงอินไม่มีทางอยู่เฉย และจะทำทุกวิถีทางให้อีแทมินอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต..



          คนตัวเล็กน้ำตาซึม มือเรียวลูบหัวคนในอ้อมกอดโดยที่ไม่ได้ตอบรับอะไรกลับไป ไม่อยากสัญญาให้จงอินเสียใจเพราะรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ อันที่จริงปล่อยให้จงอินไม่รู้เรื่องอย่างนี้ต่อไปก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้เจ็บคนเดียว แบกรับทุกความรู้สึกไว้คนเดียว




“รักผมไหม เคยรักผมบ้างหรือเปล่า?” 



          คำถามที่ไม่เคยได้คำตอบแต่ก็ยังอยากจะถามเผื่อว่าแทมินจะใจอ่อนยอมตอบเขาสักครั้ง แต่ความเงียบที่เข้าปกคลุมหลายนาทีก็ทำให้รู้ว่าคงไม่ใช่ครั้งนี้ ..



          ไม่มีคำตอบหลุดออกมาให้ได้ยิน มีเพียงแค่แรงโอบกอดที่กอดจงอินแน่นขึ้นและริมฝีบากอิ่มที่จูบลงบนศีรษะเบาๆ ร่างสูงถอนหายใจยอมแพ้ให้กับความปากแข็งของคุณอา แต่ก็ไม่ลืมที่จะพูดประโยคเดิมๆอย่างที่เคยพร่ำบอกอยู่ทุกวัน




“รักนะ รักแทมินนะครับ”